|
*พรุ่งนี้ไม่เคยมาถึง*
เราต่างมีวันนี้ นาทีนี้ และวินาทีนี้เท่านั้น
หลายครั้งที่เราบอกกับตัวเองว่า
พรุ่งนี้
พรุ่งนี้ค่อยทำพรุ่งนี้ฉันจะรักเธอ พรุ่งนี้ฉันจะฝึกสมาธิ
พรุ่งนี้ฉันจะกินมังสวิรัติพรุ่งนี้ฉันจะเลิกบุหรี่
พรุ่งนี้ฉันจะขอโทษเขา พรุ่งให้อภัย สารพัดสารพันพรุ่งนี้แต่
พรุ่งนี้.. ไม่เคยมาถึงในความเป็นจริง
เราไม่ได้มีชีวิตอยู่กับ วันพรุ่งนี้ เรามีชีวิตอยู่ในขณะนี้
กับห้วงเวลานี้เท่านั้น
ไม่มีใครจะล่วงรู้ได้เลยว่าเสี้ยววินาทีต่อจากนี้ไปอะไรจะเกิดขึ้น
หากห้วงยามนี้ฉันหลับตาลง และหลับไปอย่างนิจนิรันดร์คงมีหลายอย่างที่ฉันพลาดไป
และไม่ได้ทำในชีวิตหลายครั้งเรารอให้โอกาสมาถึง
รอให้วันพรุ่งนี้มาถึง แต่โอกาสไม่มีวันมาถึง
วันพรุ่งนี้ไม่เคยมาถึง
ทุกอย่างเป็นเพียงภาพลวงตาที่เราสร้างขึ้น
ไม่เพียงแต่เรากำลังหลอกตัวเอง แต่เรากำลังหลอกคนรอบข้าง
จริงแล้ว โอกาสอยู่ในมือเราแล้วตอนนี้
เวลานี้โอกาสอยู่ตรงนี้ตลอดเวลา
ก่อนที่เราจะมาอยู่ตรงนี้ด้วยซ้ำจริงแล้วการผลัดวันประกันพรุ่งเป็นเพียงกลอุบายของจิต
ที่ทำให้เรารู้สึกมีความหวังแต่ขณะเดียวกันมันก็ทำให้เราพลาดโอกาสไป
ในที่สุดเราก็จะมาถึงทางตันของชีวิต คือ
ความตาย
และสุดท้ายแล้วก็ไม่มีโอกาสใดๆหลงเหลืออีกเลยในชีวิต
ทำไมเราไม่ลองคิดว่า เราเหลือเพียงวินาทีสุดท้ายในชีวิต
เรากำลังจะตายไปจากโลกนี้
หรือโลกนี้จะแตกดับไปในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า หากคิดเช่นนั้น...
ชีวิตเราคงจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
เราคงจะมีชีวิตอยู่กับ ชีวิตจริงๆ
ของเรามากขึ้น
มากกว่าที่มีชีวิตอยู่กับบ้านหลังใหญ่
หรือหลังต่อไป รถคันใหม่ หรือคันต่อๆ ไป หรือตัวเลขที่เพิ่มขึ้น
หรือลดลงในธนาคารเก้าอี้ในสำนักงาน ตำแหน่งที่วาดหวัง
หรืออยู่กับการเข่นฆ่า แย่งชิงความเป็นใหญ่ หรือการทำสงครามใดๆ
ในโลก
คนส่วนใหญ่วางแผนการดำเนินชีวิตไว้ราวกับว่า
ชีวิตคือสิ่งที่ออกแบบได้ตายตัว
และเป็นอมตะนิรันดร์ เขาวางไว้ว่าจะเรียนจบเมื่ออายุ 21
หลังจากนั้น ทำงาน
เก็บเงินแต่งงานเมื่ออายุ 29
จะมีลูกเมื่อ อายุ 32
แล้วก็จะปลดละวางตัวเองตอนอายุ 50
เสร็จแล้วก็จะเดินทางค้นหาความจริงให้กับชีวิต หรือจะเข้าวัด
บ้างก็ว่าจะเดินทางรอบโลก
บ้างก็ว่าจะพักผ่อนหาความสุขให้กับชีวิต แต่เราแน่ใจได้หรือว่า
วันเหล่านั้นจะมาถึง หรือคุณจะมีชีวิตอยู่ไป
จนถึงวันนั้นไม่หรอก...มันไม่มี
เรามีเพียงวันนี้และวินาทีนี้เท่านั้น อย่าลังเลที่จะทำอะไร
หรือเติมสิ่งดีๆ
ให้ชีวิตเลย
การพักผ่อนไม่ใช่จะมีได้เมื่อตอนปลดเกษียณฮันนีมูนก็ไม่ได้เกิดขึ้นได้เฉพาะ
ตอนแต่งงานใหม่ๆ
การจะบอกรักใครสักคนก็ไม่ใช่บอกในวันที่เขาลาจากโลกนี้ไปแล้ว
หรือบางครั้งเราเองต่างหากที่จะจากโลกนี้ไปก่อนที่จะได้บอกคำนั้นกับใครสักคน
การค้นหาความจริงแห่งชีวิตก็เฉกเช่นเดียวกัน
มันไม่มีป้ายบอก วัน/เดือน/ปี ที่ผลิต และวันหมดอายุ
มันมีอยู่จริงไม่ว่าเราจะมีอยู่หรือไม่มีอยู่ก็ตามมีแต่ชีวิตเราต่างหากที่มีวันหมดอายุ
หากวันนี้เราคิดที่จะศึกษาหรือค้นหาความจริงแห่งชีวิต
ความจริงก็ได้เปิดออกอยู่ตรงหน้าเราแล้ว อย่ารีรออีกเลย
เพราะพรุ่งนี้... จะไม่มีวันมาถึง
|