สิ่งเหล่านี้เป็นนับได้ว่าเป็นสัจธรรมอันหนึ่งของมนุษย์
 ที่ชอบแสวงหาความรัก เพราะขาดความอบอุ่น
“เมื่อสิ่งใดขาดหายไป มนุษย์ก็จะพยายามดิ้นรนหาสิ่งหนึ่งมาทดแทน”
เมื่อครั้งสมัยเป็นเด็ก ๆ ชีวิตที่ผ่านมาตัวเราขาดความอบอุ่น
สมัยเรียน คิดถึงคุณแม่มาก
อยากเห็นหน้าคุณแม่มาหามาส่งเราไปโรงเรียนเหมือนที่เพื่อน ๆ
เขามีคุณพ่อคุณแม่มาส่งที่โรงเรียนประจำ เพราะคุณแม่อยู่อีกจังหวัดหนึ่ง
เวลาเราเห็นคนอื่นเขามีพร้อมกันทั้งคุณพ่อคุณแม่ เรารู้สึกถึงเหงา คิดถึงคุณแม่
เวลามีใครมาบอกว่าคุณแม่มาหา เราจะดีใจมาก
ระหว่างโรงเรียนกับบ้านห่างไกลกัน
2กิโลเมตร
“เฮ้ยแก้ว ยายรวยมา แม่มึงมา” 
เท่านั้นหละ เราวิ่งจากโรงเรียนไปหาคุณแม่ ในใจรำพึงไปตลอดทางว่า
แม่รอหนูด้วย หนูอยากเห็น
เราวิ่ง ไม่คิดถึงความเหน็ดเหนื่อย ไม่คิดถึงชีวิตวิ่งไปล้มลุกไป
อย่างไรวันนี้เราต้องได้เจอหน้าแม่ แน่ ๆ
“ ยาย..แม่หนูหละไปไหน ยายแม่หละ”
 เรามองตามสายตาของยาย
เห็นคุณแม่พายเรือไปถึงกลางแม่น้ำเจ้าพระยา (บ้านเราอยู่แพ)
เราน้อยใจ เสียใจ ทำไม หนอ แค่นี้ แม่ไม่รอเรา ไม่รักเรา
นั่นคืออดีตในวันเด็กที่เราต้องการความรัก ความอบอุ่นจากคนเป็นแม่

เมื่อโตมาก็วิ่งหาความความรัก เพราะเราขาดความรักความอบอุ่น
จึงอยากมีใครสักคนเข้าใจเรา เข้าใจถึงความรู้สึกของเรา
แต่ก็ไม่มีใครสักคนที่จะมีสิ่งเหล่านี้ให้เราได้
เมื่อพบกับความผิดหวัง บ่อย ๆ  ทำให้เรากลายเป็นคนเจ้าอารมณ์
ยามมีความรัก เราก็รักเสียจน ลืมความเป็นตัวของตัวเราเอง
อยากยึดติดเขาไว้เพียงเราคนเดียว รักมากจนเกิดความหวาดระแวง
กลัวเขาไม่รัก กลัวเขา หนีเราไป กลัวเขา ไปมีคนอื่น สาเหตุเป็นเช่นนี้
ก็เพราะรักเขามากจน  จนลืมรักตัวเอง


 

~*~คนเหงา~*~
หัวใจบาง บาง
รอคนหลงทางมาหลงรัก
น้อยใจยิ่งนักกับความรักบนทางแสนเปลี่ยว

หัวใจโดดเดี่ยวดอกไม้ดอกเดียวไม่เคยได้รับ
ใครช่วยตอบกลับ ช่วยรับหัวใจเอาไปดูแล

ขาดคนเทคแคร์
ไม่มีแม้เงา
อย่างคนขี้เหงาอย่างฉันคนนี้เป็นต้น

นี่คือตัวอย่างของคนที่เหงา เหงา  เหงา เหงา
จนจับใจข้างในหัวใจรักไปไม่ถึง

นี่ตัวอย่างหนึ่งของคนขี้เหงา เฝ้าฝัน
รำพึงรำพันทุกวันกับเพื่อนที่เหมือนกับเรา

(
ซ้ำทั้งหมด)