|

ข่าวความไม่สงบสุขเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์เผาทำลายทรัพย์สิน ทางราชการในสามจังหวัด ภาคใต้
นับวันจะรุนแรงขึ้น ไม่มีทีท่าว่าจะสงบศึกเมื่อไร ทุกคนอยู่อย่างขวัญผวาหวาดกลัว
ไม่มีหน่วยงานไหนจะเข้ามาช่วยเหลือ หรือทำอย่างไร ความสงบสุขจะกลับคืนมาสู่ปกติ
นั่นคือความฝันของประชาชนชาวไทยในสามจังหวัดภาคใต้..

อาตมาขอแถลงอีกครั้งว่า การฆ่าพระ เผากุฏิทำลายวัตถุทางศาสนา
ผู้ที่ทำเป็นมนุษย์ก่อนยุคหิน ไม่มีจิตใจเป็นธรรม ไม่มีเมตตา อุเบกขาและการที่พระออกแถลงการณ์
ครั้งนั้น ไม่ใช่เกิดจากพระรูปเดียวแต่เป็นความเห็นของพระ 80 วัดในปัตตานีจนกลายมาเป็น 20 ประเด็น
แต่ข้อที่มุ่งมั่นที่สุด คือการรักษาความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของผู้สุจริตต้องทำอย่างเร่งด่วนส่วนเรื่องที่ยืดยาว
ทำทีหลังได้ที่ผ่านมาพระก็อึดอัดเมื่อไม่มีใครออกพระก็ต้องออกบางทีการทำงานของหน่วยงานที่แก้ปัญหาก็ลำเอียง
โดยไม่รู้ การที่พระออกมาพูดไม่ต้องการทำลายผู้หนึ่งผู้ใด แต่อยากให้โลกรู้ พระอุดมธรรมคณี กล่าว

คำว่าบ้าน
สำหรับทุกคนนั้นสุดแสนจะยิ่งใหญ่ ยิ่งเป็นบ้านเกิดที่ใช้เวลาอยู่กับมันมาทั้งชีวิต
คงเป็นความรู้สึกที่ยากเย็นเข็ญใจเหลือคณา หากวันหนึ่งต้องมีเหตุให้ต้องทิ้งบ้านไปอยู่ที่อื่น
ความรู้สึกดังกล่าวคงจะอธิบายความรู้สึกของชาวบ้านไทยพุทธจากหมู่บ้านสันติ1 ,สันติ 2และหมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนาที่ 7
ในพื้นที่ อ.บันนังสตาและ อ.ธารโต จ.ยะลาไม่ได้ทั้งหมด เมื่อพวกเขาต่างต้องทิ้งบ้านหนีปัญหาความไม่สงบ
มาอาศัยอยู่ที่วัดนิโรธสังฆารามในเขตเทศบาลเมืองยะลามาเกือบ 2 สัปดาห์แล้วและยังไม่มีท่าทีว่าจะได้กลับบ้านในเร็ววันนี้

น้ำตาหญิงหม้าย
ความแตกต่าง ในกลุ่มผู้หญิงที่สูญเสีย และได้รับผลกระทบจากความไม่สงบที่เกิดขึ้น
เราไม่อาจมองผู้หญิงเหล่านี้ แบบนิ่งเฉยไปได้ เพราะผู้หญิงเหล่านี้ล้วนแต่บอบช้ำทางจิตใจ เช่น ความตาย
การสูญเสียนั้นเกิดขึ้นกับใครอย่างไรนั้นและก่อให้ความสะเทือนใจแก่สาธารณะได้มากน้อยแค่ไหนขณะที่แม่อีกหลายคน
ซึ่งต้องสูญเสียลูกไป ภรรยาต้องสูญเสียสามีหัวหน้าครอบครัว ส่งผลให้ผู้หญิงแต่ละคนต้องเผชิญกับ ความยากลำบาก
ในรูปแบบที่ แตกต่าง กันออกไปของทุกชีวิตในครอบครัวในท่ามกลางความสูญเสียความไม่สงบและความรุนแรง
ที่แวดล้อมเสมือนเป็นการ ต่อสู้ ของผู้หญิงที่ไม่ต้องก้าวให้พ้นออกมาจากพื้นที่ของตัวเธอเองทำให้
สันติ ของแต่ละชีวิตดำรงอยู่ต่อไปได้
|