การใคร่ครวญถึงความตายเป็นอารมณ์ ก็คือการพิจารณา ถึงความเป็นจริงที่ว่า ไม่ว่าคนหรือสัตว์ทั้งหลาย
 เมื่อมีเกิดขึ้นมาแล้วย่อมเจริญวัย
 เป็นหนุ่ม  เป็นสาว  เฒ่าแก่  แล้วก็ตายไปในที่สุดไม่อาจล่วงพ้นไปได้ทุกคน
   ไม่ว่าจะคนยาก ดี  มี จน  เด็ก หนุ่ม สาว  เฒ่าแก่  สูง  ต่ำ  เหลื่อมล่ำกันด้วยฐานันดรศักดิ์อย่างใดก็ตามเถอะ
 ในที่สุดก็ทันกันและเสมอกันด้วยความตาย
  ผู้ที่คิดถึงความตายนั้น  เป็นผู้ไม่มาทในชีวิต ไม่มัวเมาในชีวิต
เพราะเมื่อคิดถึงตรงนี้แล้วย่อมเร่งทำความดี และเร่งทำบุญสร้างกุศล เกรงกลัวต่อบาปกรรมที่จะติดตามไป
ในภพหน้า
  ผู้ที่หลงมัวเมาในทรัพย์สมบัติยศศักดิ์ตำแหน่ง หน้าที่นั้น เหมือนคนหูหนวกตาบอด ซึ่งโบราญกล่าวไว้ว่า
 
“ หลงยศลืมตาย หลงกายลืมแก่ ”  และความจริงก็มีมากเห็นกันอยู่ทุกวันนี้ ที่บางท่านใกล้จะเข้าโลงแล้ว
ก็ยังหลงมัวเมาในในอำนาจ วาสนา ตำแหน่งหน้าที่ จนลืมไปว่าอีกไม่นานตนต้องทิ้ง ต้องจาก สิ่งเหล่านี้ไป
แล้วทุกอย่างที่ที่ตนมัวเมาเฝ้าแสวงหาหวงแหนกาะแน่นอยู่นั้น ก็จะต้องสลายไปพร้อมกับความตายของตน
เ สูญเปล่าไม่ได้ตามติดตนไปด้วยเลย
  แล้วไม่นานผู้คนที่อยู่เบื้องหลังก็จะลืมเลือนตนไปเสียสิ้น
  ดูเหมือนวันเวลา ที่ท่านทั้งหลายได้ต่อสู้มาด้วยความเหนื่อยยากลำบากขวนขวายจนได้สิ่งดั่งกล่าวมานั้น
ต้องโมฆะสูญเปล่าไปโดยหาสารประโยชน์อันใดไม่ได้เลยชีวิตที่มีค่าไม่ใช่ชีวิตที่รำรวย
 มีเกียรติ หรือายุยืน
 แต่ชีวิตที่ค่าคือชีวิตที่ตัวเราเป็นคนมีคุณค่า และทำให้ชีวิตคนอื่นมีค่า
...ทำประโยชน์ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
 ในชีวิตของเรา ถึงแม้ว่าบางครั้งเราไม่สามารถที่จะไปยื่นมือช่วยเหลือใครได้ทั้งหมด
ก็ขอให้ทุกคนร่วมมือกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน โดยอย่าลืมคำว่า

“
เมื่อเกิดศรัทธาแล้วอย่าขาดปัญญา”  หลักคำสอนของศาสนาพุทธก็จะเป็นเสมือนแสงสว่างส่อง
ให้ผู้ที่นำไปปฏิบัติจะประสบกับความสุขความสำเร็จในการดำเนินชีวิตต่อไป.

สมุดเยี่ยมพี่อ้อมจ้า