|
ชีวิตเกิดมาต้องเผชิญทุกข์ทุกคน แม้แต่พระอริยเจ้าทั้งหลาย
ก็ต้องเผชิญทุกข์
เผชิญแล้วค่อยหาทางแก้ไข หาทางหยุดมันด้วยปัญญา
ดังนั้นทุกคนล้วนมีปัญหาและอุปสรรคผ่านมา และต้องแก้ไขเป็นระยะๆ
เราก็คงต้องแก้ไขไปอย่างมีสติ
ใช้ปัญญาในการแก้ไข มีเหตุมีผล
อย่าใช้อารมณ์เป็นใหญ่ ทุกคนล้วนต้องการความสุขในชีวิต
ซึ่งความสุขของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน
บางคนมีความสุขที่จะเห็นครอบครัวมีความสุข มีลูก ให้ลูกได้ดี สามารถเอาตัวรอดได้
บางคนมีความสุขการการมั่งมีเงินทองทรัพย์สิน บางคนมีความสุขจากการเดินทาง
บางคนมีความสุขจากการให้เสียสละ
และ ความสุขจากความสงบในการดำรงชีวิตหากรู้จักใช้ธรรมะมาใช้ในการดำเนินชีวิตด้วย
ความเกิด ความแก่ ความตาย ซึ่งมีเป็นธรรมดาของชีวิต และความโศก ความระทม
ความไม่สบายกายความไม่สบายใจ
ความคับแค้นใจ ซึ่งมีแก่จิตใจและร่างกายเป็นครั้งคราว
ความประจวบกับสิ่งที่ไม่รักไม่ชอบ
ความพลัดพรากจากสิ่งที่รักที่ชอบ
ความปรารถนาไม่สมหวัง.เมื่อเกิดมาแล้วก็ต้องดับในที่สุดทุก ๆ สิ่ง
ชีวิตคนเรามันผันแปรได้ตลอดเวลาจะแก่จะตายก็ล้วนเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ทั้งสิ้น
เพียงแต่แค่ว่าจะเร็วจะช้าเท่านั้นเอง
การเตือนตัวเองถึงความไม่ประมาทและมองเห็นคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ในแต่ละวัน
ถึงการมีชีวิตอยู่จะไม่ได้สร้างสรรค์ในแง่มุมของคนอื่นแต่ถ้าหากว่าเราไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อทำร้ายใครให้เจ็บปวด
อย่างน้อยๆ
ก่อนตาย
เราควรปฏิบัติธรรมก็เห็นว่าชีวิตมีความสุข ถือศีล...ทำสมาธิ
กลับเห็นแต่ทุกข์มากขึ้น
ความรัก ความโลภ ความโกรธ หรือความหลงที่เกิดขึ้นกับมนุษย์เราคนเราก็แค่นี้
เกิดมา ดำเนินชีวิต เจออะไรบ้างระหว่างนั้นแล้วก็ตาย
ทุกข์ต่างๆที่เกิดล้วนมาจากใจเราเอง
ถ้าเราปล่อยวางซะ เราก็ไม่ทุกข์
คนเราอาจผิดพลาด ล้มเหลว และผิดหวังได้ ไม่ใช่เรื่องแปลก
อะไร
ที่พลาดไปก็ใช้เป็นบทเรียนชีวิตอยู่เพื่อปรับปรุงและพัฒนา
ไม่ควรโทษอดีต
หรือหมกหมุ่นอยู่กับอดีต แต่ให้อยู่กับปัจจุบันและอนาคต
ก้าวไปในหนทางที่มุ่งสู่จุดหมายสูงสุด
คือแสงสว่างสิ่งที่สำคัญกว่าสิ่งเหล่านี้ก็คือการพยายามที่จะใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ
ทรัพย์สินเงินทองเป็นสมบัติของแผ่นดิน เรายืมแผ่นดินมาใช้
เมื่อตายไปเราก็เอาติดตัวไปไม่ได้
พุทธศาสนาสอนว่า คนเรามีการเวียนว่ายตายเกิด
ดังนั้นการดำเนินชีวิต เราควรพิจารณาให้ดีและทำชีวิตนี้ให้ดีด้วย
หากเกิดชาติหน้าจะได้ มีชีวิตที่ดีและอยู่อย่างมีความสุขกายสบายใจนะค่ะ..
|