|
ชีวิตของทุกๆคนที่ผ่านพ้นไปในรอบปีหนึ่ง
ๆ
นับว่าเป็นลาภอย่างยิ่ง
จึงถือเหตุทำบุญ เพื่อความเจริญอายุ วรรณะ สุข พละ
อันเป็นพรที่ทุกๆคนปรารถนา พรเหล่านี้
ย่อมเกิดขึ้นจากการทำบุญ
เราจึงยินดีในการทำบุญ และยินดีได้รับพรจากพระ
ซึ่งถือว่าเป็นสิริมงคล
พิจารณาในเรื่องนี้โดยตลอดแล้ว จะเห็นว่าพึงเป็นสิริมงคลจริง
เพราะได้ทำบุญแล้ว คำอวยพรต่างๆ จึงตามมาทีหลัง
สนับสนุนกันให้จิตใจมีความสุขขึ้นในปัจจุบันทันที
ความสุขอันบริสุทธิ์นี้แหละคือ บุญ
นาฬิกาชีวิต ชีวิตคนที่กำลังหายใจเข้า หายใจออก
อยู่ขณะนี้...มันก็เหมือนกับ
นาฬิกาชีวิต
นั่นแหละ
...เช้า สาย บ่าย ค่ำ ดึกดื่น เที่ยงคืน
และวนมาจนถึง...เช้าหมุนเวียนกันอยู่เช่นนี้
รอวันเวลาแห่งความเสื่อมของสังขาร ว่าเมื่อใด...นาฬิกาชีวิต
จะหยุดหมุน มันก็จบลงตรงนั้น
ต่อให้เป็นเศรษฐีมหาเศรษฐี
...มีเงินเป็นหมื่นเป็นแสนล้าน
ติดอันดับเศรษฐีประเทศ ไปจบลงที่เดียวกัน แต่นั่นแหละ
...ระหว่างที่เครื่องจักรแห่งชีวิต....นาฬิกาชีวิต
ทำงานไปเรื่อยๆ ไม่ติดขัด...ไม่เสื่อม ไม่เสีย ยังเดินได้สะดวก
ชีวิตก็ราบรื่นชื่นมื่น
อยู่กับกรรมไปก่อนจนกว่า...จะสิ้นเวรสิ้นกรรม
ถ้ายังมีลมหายใจเข้าหายใจออก อยู่ได้สะดวก...เวร และ กรรม
ก็เกาะติดอยู่กับตัว...
สำหรับคนชั่วกรรมดีก็จะเกิดแก่คนดีๆ...เช่นกัน
มองเห็นสิ่งเหล่านี้มานานแล้ว...รอบๆตัวเราและในตัว
ก็พอจะมองออกว่า
ความเป็นสัจธรรมเหล่านั้น มีจริง มีตัวมีตนอยู่ในตัวคนนี่แหละ
คนชั่ว กับคนดีแยกแยะเอาไปได้ทุกผู้ทุกคน ทั้งในชาตินี้
แหละชาติหน้า
ความเจริญอย่างยิ่งด้านเทคโนโลยี
มีสิ่งที่คอยบำเรอความสุขของคนเราทั้งทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย
และใจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ดูไปแล้วคนเราน่าจะมีความสุขและความสบายมากกว่าแต่ก่อน แต่มีคนจำนวนไม่น้อย
ที่ต้องเผชิญกับความทุกข์ในรูปแบบต่างๆ ความเครียด
ความวิตกกังวลความเบื่อหน่าย ความท้อแท้
ความคับข้องใจ ทำให้กายอ่อนแอ จิตอ่อนไหว ทรุดโทรม
แปรปรวนได้ง่ายๆ คนเหล่านั้นจึงพยายามดิ้นรนหา
ทางออก
ของชีวิต
การปลูกต้นไม้ไว้ในกระถาง เฝ้าดูแลการเจริญเติบโตอย่างเงียบๆ
ต้นไม้แสดงบางสิ่งให้ได้เห็นใบเก่าร่วงโรยไป
ช่วงระยะหนึ่งใบอ่อนก็แตกออกมา และแล้วสิ่งหนึ่งที่จะให้ ตามที่รอคอย
ดอกตูมกำลังแตกออกมาระหว่างใบเลี้ยง
แต่ยังปกปิดความจริงของดอกที่แท้เอาไว้ยังไม่ได้ยลโฉมความงามของดอกที่แท้จริง
จนกว่ากลีบดอกค่อยๆ ผลิออกจนเบ่งบานเต็มที่
เวลาไหลเลื่อนเลยไปกลีบดอกที่เคยสวยสดกำลังเหี่ยวเฉาร่วงโรยไป
บัดนี้ สิ่งที่เคยเห็น ดอกที่เคยสัมผัส ดอกที่เคยชื่นชม
ไม่ได้อยู่ในสภาพเดิมเสียแล้ว คงมีเพียงกิ่งก้านอันว่างเปล่า
พึ่งจะรู้ว่าต้นไม้ให้บางสิ่งที่ลึกซึ้ง
มันไม่ใช่ความสุขสดชื่นเบิกบานของความคิด
แต่เหนือเข้าไปในห้วงลึกของจิตใจ
ดอกที่เขาให้ความจริงเป็นเพียงความคิดแต่ตัวเรา
ณ ปัจจุบัน คือ ความจริง และคงไม่ต่างอะไรกับต้นไม้ ไม่ต่างอะไร ๆ
กับดอกไม้เมื่อถึงเวลาอันสมควรก็จะแตกสลายคืนสู่สภาวะเดิม
สมุดเยี่ยมพี่อ้อมจ้า |